สถานที่น่าเที่ยวในไทย - yakimono.cc

สถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญของไทย

Tag: สถานที่เที่ยวในไทย

น้ำตกทีลอซู เหมือนอยู่ในสวรรค์ น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย

น้ำตกทีลอซู เป็นน้ำตกตามธรรมชาติ ที่จัดว่ามีความสวยงามอย่างมาก ทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก

เป็นน้ำตกที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าและเป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี รวมถึงยังเป็นน้ำตกที่ค้นพบโดยบังเอิญ น้ำตก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่

ที่ถูกค้นพบโดยชาวกระเหรี่ยงที่เข้ามาล่าสัตว์ป่า ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตะเวนชายแดน ได้มีการเข้ามายังพื้นที่น้ำตกแห่งนี้ในช่วงปี พ.ศ. 2528

ซึ่งน้ำตกตั้งอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งชื่อน้ำตกถูกตั้งขึ้นโดยชาวกระเหรี่ยง ว่า ทีลอซู ภาษากระเหรี่ยงแปลว่า น้ำตกดำ

เนื่องจากผาหินที่มีสีดำ น้ำตกนี้ จัดว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทยและสวยที่สุด ตัวน้ำตกไหลลงมาจากความสูง 300 เมตร และน้ำตกกว้าง 500 เมตร

ซึ่งน้ำไหลลดลั่นลงมาจากผาหินปูน จัดว่าเป็นน้ำตกที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชียอีกด้วย

น้ำตกทีลอซู

น้ำตกทีลอซู สวยเหมือนแดนสวรรค์

น้ำตก เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในปี พ.ศ. 2530 โดยนักสำรวจ ปรีชา อินทวงศ์ ได้เข้ามาสำรวจพื้นที่ของน้ำตกและถ่ายภาพ รวมถึงเขียนบทความในนิตยสารการท่องเที่ยวแคมปิง

หลังจากนั้นน้ำตก จึงเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น และมีนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัยเดินทางเข้าไปเที่ยวชมความสวยงามทุกปี

ซึ่งน้ำตกนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนัก เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตป่าลึกซึ่งต้องเดินเท้าเท่านั้น เมื่อมาถึงจะมีจุดบริการจอดรถและต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร

เส้นทางที่เดินเข้าไปนั้นเต็มไปด้วย ป่าเบญจพรรณ และ ป่าไผ่ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเส้นทางธรรมชาติอีกด้วย

โดยการเดินทางเข้ามาชมน้ำตกนักท่องเที่ยว สามารถค้างแรมโดยการกางเต้นท์ได้ทางจุดบริการในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผ่าง

บรรยากาศที่เหมาะแก่การมาเที่ยวชม คือในช่วง ปลายเดือนตุลาคม ถึง ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนใหญ่สามารถเข้ามาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี บรรยากาศดี ร่มเย็น สบาย น่าพักผ่อน

ตัวน้ำตกทีลอซู นั้นมีน้ำไหลตลอดปี และจะมีน้ำมากช่วงฤดูฝน โดยน้ำตกนั้นไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาเส้นทางธรรมชาติเท่านั้น

เมื่อถึงน้ำตกนอกจากมองเห็นทัศนียภาพของป่าไม้ พรรณไม้นานาชนิดแล้ว ด้านล่างของน้ำตกยังมีความสวยงามของป่าไม้

และมีจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยว ได้ชมบริเวณฝั่งตรงข้ามของน้ำตกซึ่งสามารถมองเห็นน้ำตกได้อย่างชัดเจน

สำหรับการเดินทางมายังน้ำตกทีลอซู นั้นสามารถเดินทางมาได้โดยรถยนต์

โดยมาตามเส้นทางเข้าสู่ อำเภอแม่สอด ระยะทาง 87 กิโลเมตร เข้าสู่ อำเภออุ้มผาง และใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 164 กิโลเมตร

เพื่อเข้าสู่เข้ารักษาพันธุ์สัตว์ป่า เส้นทางนี้ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากเป็นจุดขึ้นเขาและมีโค้งหักซอกกว่า พันโค้ง

โดยต้องใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแต่ละคนด้วย

สัมผัสลมเย็นๆ ณ ภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ต้องมา สัมผัสลมเย็นๆ ณ ภูกระดึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของไทย

ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม ถึง กุมภาพันธ์ ของทุกปี เนื่องจากพื้นที่มีความสวยงามของธรรมชาติ บรรยากาศ และป่าเขาขนาดใหญ่

รวมถึงมีอากาศที่เย็นสบายตลอดปี ภูกระดึง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย

พื้นที่ของภูกระดึงนั้นมีความสวยงามทางธรรมชาติอย่างมากซึ่งมีความสวยงามแตกต่างจากพื้นที่ยอดดอยอื่นๆของไทย

ซึ่งยอดดอยหรือยอดภูนั้นเมื่อมองจากด้านบนจะเห็นทัศนียภาพของป่าที่ราบสูงที่สวยงาม

ในแต่ละปีพื้นที่ของภูกระดึงจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมและกางเต้นท์ค้างแรมและชมอาทิตย์ขึ้นยามเช้า

โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวจะมีนักเดินทางขึ้นยอดภูมากที่สุด ภูกระดึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของไทย

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ รวมถึงยังมีพรรณไม้หายากจำนวนมากในพื้นที่นี้

สัมผัสลมเย็นๆ ณ ภูกระดึง

สัมผัสลมเย็นๆ ณ ภูกระดึง

ภูมิประเทศของภูกระดึง นั้นมีลักษณะเป็นภูเขายอดตัดฐานกว้าง สันนิฐานว่าขึ้นกำเนิดจากการดันตัวของแผ่นเปลือกโลกเมื่อมหายุคเมโซโซอิก

ซึ่งเป็นภูเขาลูกเดียวที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ราบสูงโคราช โดยภูกระดึงนั้นมีความสูง 1,200 เมตร และจุดสูงที่สุดคือ คอกเมย ความสูงที่ 1,316 เมตร

และเมื่อมองจากด้านล่างจะเห็นเป็นลักษณะคล้ายภูเขาไฟ ทำให้ถูกตั้งฉายาว่า ฟูจิเมืองเลย ภูกระดึงมีอากาศเย็นตลอดปี

โดยได้รับอิธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20 – 30 องศา

และต่ำที่สุดช่วงฤดูหนาว 0 – 10 องศา และ 12 – 14 องศา ในช่วงเดือนสิงหาคม – ต้นตุลาคม บริเวณภูจะมีฝนตกชุกหลังจากนั้นอากาศจะเริ่มเย็น

นอกจากบรรยากาศบนยอดภูแล้ว บริเวณ ภูกระดึง ยังประกอบไปด้วยป่าฝนดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของไทย

ซึ่งประกอบไปด้วย ป่าเบญจพรรณ และป่าผลัดใบ มีต้นไม้ที่สำคัญอย่างเช่น  ประดู่ป่า กระบก ตะแบกเลือด ยมหิน และพรรณไม้เช่น หม้อข้าวหม้อลิง, ก่วมแดง

ซึ่งเป็นต้นไม้สกุลเดียวกับเมเปิลซึ่งเป็นพรรณไม้ มีชื่อเสียงที่สุดและมีอยู่ที่ภูกระดึงเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีทุ่งดอกกระเจียวที่สวยงามอีกด้วย

การมาเที่ยวภูกระดึง นั้นนักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าขึ้นบนยอดภู ซึ่งสองข้างทางจะเป็นต้นไม้ ดอกไม้ พรรณไม้ต่างๆ

นับว่าเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เราได้ศึกษาด้วย สำหรับพื้นที่ของภูกระดึงนั้นจะเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่ 1 ตุลาคม ถึง 31 พฤษภาคม ของทุกปี จากนั้นจะปิดบริเวณภูเพื่อฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ

วัดสระเกศ จุดชมวิวไหว้พระแห่งพระนคร

วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร หรือเรียกกันติดปากว่า ภูเขาทอง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร เป็นวัดที่เก่าแก่ และมีความสวยงามอย่างมากโดยเฉพาะจุดที่เรียกกันว่า  ภูเขาทอง

หรือ พระบรมบรรพต วัดสระเกศจัดว่าเป็นวัดไทยเก่าแก่ ที่สร้างมายาวนั้นนับตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ทรงโปรดเกล้าให้สร้างวัดแห่งนี้ โดยเริ่มแรกในตอนนั้น ยังไม่มีการสร้าง พระบรมบรรพต ซึ่งมีการขุดคลองรอบพระอาราม และมีพระราชทานนามว่าวัดสระเกศ แปลว่า ชำระพระเกศา

เนื่องจากสมัยก่อนเคยเป็นที่ทำพิธีพระกายานสนาม เดิมทีวัดแห่งนี้มีชื่อว่า วัดสะแก ซึ่งในปี พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช

ทรงพระราชทานชื่อใหม่ว่า ภูเขาทอง  มูลเหตุจากการที่พระองค์ทรงเสด็จกรีฑาทัพ กลับจากกัมพูชามาปราบจราจลที่ กรุงธนบุรี ในตอนนั้น ภูเขาทอง จึงจัดว่าเป็นวัดแห่งหนึ่งที่มีความศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพระนครในสมัยนั้น

วัดสระเกศ

วัดสระเกศ สถานที่น่าเที่ยวในไทย

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าให้มีการบูรณะอาคารของโบสถ์ในวัดซึ่งผุพังเป็นตามกาลเวลา และทรงโปรดเกล้าให้สร้างพระบรมบรรพตขึ้นมา

โดยการก่อสร้างทรงกำหนดให้ พระปรางค์ มีฐาน”ย่อมุมไม้สิบสอง” ซึ่งการก่อสร้างนั้นยังไม่แล้วเสร็จในรัชสมัยของพระองค์ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงโปรดให้ดำเนินการสร้างต่อ โดยการนำดินมาก่อเป็นภูเขาและสร้างเจดีย์ ไว้บนยอดซึ่งการก่อสร้างใช้ระยะเวลายาวนานจนถึงช่วงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ส่วนเป็น ภูเขาจำลอง และ พระบรมบรรพต ก็สร้างแล้วเสร็จและมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานไว้ภายใน

ซึ่ง พระเจดีย์ บนยอดนั้นมีความสวยงามและโดดเด่นอย่างมากและเป็นจุดที่เรียกกันว่าทางขึ้นสู่สวรรค์ นอกจากนี้ยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม รวมถึงความสง่ามงามของ พระอุโบสถ

ในอดีตพื้นที่ของ ภูเขาทอง นั้นถูกใช้เป็นที่เก็บศพและเผาศพ จากเหตุ โรคอหิวาตกโรค ระบาดซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้งทุกปี

โดยในปี พ.ศ. 2392 เกิดโรคอหิวาฯ หรือในตอนนั้นเรียกว่า โรคห่า ระบาดครั้งใหญ่ หรืออีกชื่อเรียกว่า ห่าลงปีระกา

ในตอนนั้นมีชาวไทย ในกรุงเทพเสียชีวิตจำนวนมาก มีการประมาณว่าผู้เสียชีวิตมากถึง 50,000 คนหรือสูงกว่านั้น ศพถูกลำเลียงมายังวัดสระเกศจำนวนมากกว่า 600 ศพ

ซึ่งเตาเผาศพไม่เพียงพอ กับศพที่ลำเลียงมา จนทำให้ต้องทิ้งศพไว้บริเวณรอบวัด ซากศพเต็มพื้นที่วัด จนแร้งจำนวนมาก บินมาจิกกินซากศพ เป็นภาพที่น่าสยดสยองอย่างมาก

ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า แร้งวัดสระเกศ ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วในสมัยนั้น ปัจจุบันก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติและคนไทย

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén