สถานที่น่าเที่ยวในไทย - yakimono.cc

สถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญของไทย

Tag: เที่ยวไทย

ทางรถไฟสายมรณะ สถานที่ยอดฮิตมาแล้วต้องไปของจังหวัดกาญจนบุรี

ทางรถไฟสายมรณะ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย ซึ่งมันเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความทรงอันน่าเศร้า

ทางรถไฟสายกาญจนบุรี ซึ่งเป็นทางรถไฟที่เริ่มต้นจากสถานีชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

ผ่านทางจังหวัดกาญจนบุรี เลียบไปตามเขาริมแม่น้ำแคว ปลายทางเมืองทันบูซายัค ประเทศพม่า

ทางรถไฟนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงปี พ.ศ. 2485 โดยรัฐบาลญี่ปุ่น ได้เกณฑ์เฉลยสงครามจำนวนมาก รวมถึงแรงงานไทย

และมีการขอยืมทุนเงินจากรัฐบาลไทยเป็นเงิน 4 ล้านบาท มาก่อสร้าง จุดประสงค์เพื่อใช้เดินทางขนส่งเสบียง อาวุธต่างๆของกองทัพญี่ปุ่นเข้าไปยังประเทศพม่า

โดยใช้เส้นทางของจังหวัดกาญจนบุรี เป็นเส้นทางผ่าน นอกจากเป็นสถานที่สำคัญของไทย และแหล่งท่องเที่ยวศึกษาทางประวัติศาสตร์แล้ว

ทางรถไฟสายนี้ ยังถือว่าเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงความโหดร้ายของสงครามและการสังเวยชีวิตของเชลยสงคราม ที่ถูกเกณฑ์มาใช้แรงงานเพื่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้

ทางรถไฟนี้ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 1 ปีเท่านั้น

ทางรถไฟสายมรณะ

ทางรถไฟสายมรณะ

สาเหตุที่ใช้ชื่อว่าทางรถไฟสายมรณะเพราะ นั้นเนื่องจากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยสงครามของฝ่ายพันธมิตร ได้แก่ ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ ประมาณ 61,700 คน

รวมถึงแรงงานกรรมกรทั้ง ชาวจีน ญวน ชวา มลายู พม่า อินเดีย จำนวนมากสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ และเนื่องด้วย สภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศ และการขาดแคลนน้ำและอาหาร

ทำให้เชลยสงครามเสียชีวิตจากการสร้างทางรถไฟสายดังกล่าว ประมาณ 10,000 คน ซึ่งการสร้างทางรถไฟสายดังกล่าวนั้นแต่เดิมเส้นทางยาวไปถึงช่วงประเทศอินเดีย

ทว่าสงครามสิ้นสุดลงก่อน หลังจากสงครามสิ้นสุดลงทางรถไฟสายนี้ ได้ถูกทิ้งร้างและชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก

ต่อมารัฐบาลไทย ได้ซื้อทางรถไฟสายนี้จำนวนเงิน 50 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงและใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์

รวมถึงใช้เป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงความสูญเสี ยและ ความโหดร้ายทารุณ ในช่วง สงครามครั้งที่ 2 รวมถึงรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากการสร้างทางรถไฟสายนี้ด้วย

ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดยทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดเส้นทางการเดินรถ

โดยการลัดเลาะตามเส้นทางเดิมที่เลียบไปตามเชิงผาของลำน้ำแควน้อย ซึ่งจะสุดทางที่สถานีน้ำตก ระยะทาง 77 กิโลเมตร

รวมถึงพานักท่องเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติและพาแวะบริเวณถ้ำกระแซ ซึ่งเป็นแหล่องท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมาก

โดยทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดเที่ยวขบวนรอบพิเศษช่วง วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

นอกจากเส้นทางการท่องเที่ยวของทางรถไฟสายนี้แล้ว ยังเป็นเส้นทางการเดินรถไฟปกติ

ซึ่งในอนาคตทางรัฐบาลพม่ามีการเจรจาร่วมกับรัฐบาลไทยเพื่อปรับปรุงเส้นทางรถไฟโดยเพิ่มความยาวในระยะทาง 105 กิโลเมตรถึงชายแดน ไทย-พม่า เพื่อใช้สัญจรของผู้คนด้วย

ภูชี้ฟ้า-ภูชี้ดาว ที่เที่ยวภาคเหนือ

ภูชี้ฟ้า-ภูชี้ดาว จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของไทย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแห่งหนึ่งทาง “ภาคเหนือ”

ภูชี้ดาว เป็นจุดชมวิวพื้นที่ของไทยที่อุดมไปด้วย ป่าเขา ธรรมชาติ ที่สวยงาม ภูชี้ดาว จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความท้าทาย

และเป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่มีผู้รักการผจญภัยเดินทางไปเที่ยวชมความงามซึ่งจัดว่ายังคงบรรยากาศธรรมชาติไว้อย่างดี

ภูชี้ดาว นั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ อำเภอ เวียงแก่น จังหวัด เชียงราย เป็นยอดภูที่ตั้งอยู่ระหว่าง ภูชี้ฟ้าและดอยผาตั้ง

ซึ่งเป็นยอดภูที่มีพื้นที่ไม่กว้างนักและเป็นยอดภูที่ยังคงมีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก เนื่องจากเป็นจุดท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างแท้จริง

รวมถึงการเดินทางขึ้นยอดภูชี้ดาว นั้นค่อนข้างเป็นทางลาดชันที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องไต่ระดับความชัน ขึ้นไปเพราะจัดว่าเป็นยอดภูที่ค่อนข้างอันตรายซึ่งสองข้างทางคือหน้าผา

จุดสูงสุดของภูชี้ดาวมีความสูงอยู่ที่ 1,800 เมตร และเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของเชียงรายรวมถึงสามารถมองเห็น ภูชี้ฟ้า

และดอยผาตั้ง รวมถึงมองเห็นวิวแม่น้ำโขงซึ่งอยู่ห่างออกไปได้อย่างสวยงาม

ภูชี้ฟ้า-ภูชี้ดาว

ภูชี้ฟ้า-ภูชี้ดาว

ภูชี้ฟ้า ภูชี้ฟ้าเป็นยอดดอยที่ตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 – 1,620 เมตร

และตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติคือ ป่าแม่อิงและป่าแม่งาวฟ้าทอง มีเนื้อที่ประมาณ 2,500 ไร่

เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ และบรรยากาศที่สวยงามทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นวนอุทยานแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ ภูชี้ดาว โดยภูชี้ฟ้านั้นตั้งอยู่ในเขตรอยต่อระหว่างชายแดนไทย – สปป.ลาว

มีลักษณะเป็นหน้าผาสูง ที่ยื่นออกจากตัวภูเขา ซึ่งในจุดของภูชี้ฟ้านั้นจะเป็นจุดชมวิวที่มีนักท่องเที่ยวมากกว่าภูชี้ดาว

เนื่องจากเดินทางง่ายและเป็นเขาไม่ลาดชันมากนัก รวมถึงเป็นจุดชมวิวอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้าได้ชัดกว่า ภูชี้ดาว

แม้ว่าภูชี้ดาว จะเริ่มเป็นที่นิยมแต่ก็ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังมีคนรู้จักไม่มากเท่ากับภูชี้ฟ้า

โดยภูชี้ดาวเพิ่งเปิดบริการนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2559

ซึ่งหากต้องการขึ้นภูชี้ดาวนั้นต้องฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่และผู้ชำนาญเส้นทางอย่างเคร่งครัด

เนื่องจากยอดภูมีลักษณะเป็นสันเขาและทางเดินนั้นค่อนข้างแคบและลาดชันมาก ซึ่งเมื่อขึ้นสู่ยอดภูแล้วจะเห็นทัศนียภาพของหุบเขาที่สวยงามรวมถึงทะเลหมอกยามเช้าด้วย

ซึ่งหากนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความงามของภูชี้ฟ้าแล้ว สามารถแวะขึ้นยอดภูชี้ดาวได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่มีการจำกัดจำนวนคนขึ้นไปเพื่อไม่ให้คนแน่นและเกิดอุบัติเหตุได้

 

สัมผัสลมเย็นๆ ณ ภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ต้องมา สัมผัสลมเย็นๆ ณ ภูกระดึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของไทย

ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม ถึง กุมภาพันธ์ ของทุกปี เนื่องจากพื้นที่มีความสวยงามของธรรมชาติ บรรยากาศ และป่าเขาขนาดใหญ่

รวมถึงมีอากาศที่เย็นสบายตลอดปี ภูกระดึง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย

พื้นที่ของภูกระดึงนั้นมีความสวยงามทางธรรมชาติอย่างมากซึ่งมีความสวยงามแตกต่างจากพื้นที่ยอดดอยอื่นๆของไทย

ซึ่งยอดดอยหรือยอดภูนั้นเมื่อมองจากด้านบนจะเห็นทัศนียภาพของป่าที่ราบสูงที่สวยงาม

ในแต่ละปีพื้นที่ของภูกระดึงจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมและกางเต้นท์ค้างแรมและชมอาทิตย์ขึ้นยามเช้า

โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวจะมีนักเดินทางขึ้นยอดภูมากที่สุด ภูกระดึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของไทย

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ รวมถึงยังมีพรรณไม้หายากจำนวนมากในพื้นที่นี้

สัมผัสลมเย็นๆ ณ ภูกระดึง

สัมผัสลมเย็นๆ ณ ภูกระดึง

ภูมิประเทศของภูกระดึง นั้นมีลักษณะเป็นภูเขายอดตัดฐานกว้าง สันนิฐานว่าขึ้นกำเนิดจากการดันตัวของแผ่นเปลือกโลกเมื่อมหายุคเมโซโซอิก

ซึ่งเป็นภูเขาลูกเดียวที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ราบสูงโคราช โดยภูกระดึงนั้นมีความสูง 1,200 เมตร และจุดสูงที่สุดคือ คอกเมย ความสูงที่ 1,316 เมตร

และเมื่อมองจากด้านล่างจะเห็นเป็นลักษณะคล้ายภูเขาไฟ ทำให้ถูกตั้งฉายาว่า ฟูจิเมืองเลย ภูกระดึงมีอากาศเย็นตลอดปี

โดยได้รับอิธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20 – 30 องศา

และต่ำที่สุดช่วงฤดูหนาว 0 – 10 องศา และ 12 – 14 องศา ในช่วงเดือนสิงหาคม – ต้นตุลาคม บริเวณภูจะมีฝนตกชุกหลังจากนั้นอากาศจะเริ่มเย็น

นอกจากบรรยากาศบนยอดภูแล้ว บริเวณ ภูกระดึง ยังประกอบไปด้วยป่าฝนดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของไทย

ซึ่งประกอบไปด้วย ป่าเบญจพรรณ และป่าผลัดใบ มีต้นไม้ที่สำคัญอย่างเช่น  ประดู่ป่า กระบก ตะแบกเลือด ยมหิน และพรรณไม้เช่น หม้อข้าวหม้อลิง, ก่วมแดง

ซึ่งเป็นต้นไม้สกุลเดียวกับเมเปิลซึ่งเป็นพรรณไม้ มีชื่อเสียงที่สุดและมีอยู่ที่ภูกระดึงเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีทุ่งดอกกระเจียวที่สวยงามอีกด้วย

การมาเที่ยวภูกระดึง นั้นนักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าขึ้นบนยอดภู ซึ่งสองข้างทางจะเป็นต้นไม้ ดอกไม้ พรรณไม้ต่างๆ

นับว่าเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เราได้ศึกษาด้วย สำหรับพื้นที่ของภูกระดึงนั้นจะเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่ 1 ตุลาคม ถึง 31 พฤษภาคม ของทุกปี จากนั้นจะปิดบริเวณภูเพื่อฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén